มารู้จัก I E P กันเถอะ  

โดย หทัยพร  คลังกำแหงเดช  .ศบ.(รัฐศาสตร์) ฝ่ายวิชาการ  สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) และ ประธานสภาผู้ปกครองเด็กเยาวชนและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ( กลุ่ม ADHD  BD  LD  LSD  MD  PDD )

เเรกเริ่มรับรู้

ดิฉันรู้จัก IEP ครั้งแรก  เมื่อครั้งได้ร่วมจัดทำสื่อการเรียนการสอนกับกศน. ปี 2542       รู้เพียงผิวเผินไม่ได้ลึกซึ้งหรืออินเข้าในหัวใจเลย    มาเมื่อต้นปี 2545 ปีที่แล้วนี้เอง   ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง IEP แทนวิทยากรอีกท่านที่มาไม่ได้   ปกติดิฉันได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องออทิซึม / เด็กออทิสติก / การช่วยเหลือและการจัดการศึกษาของผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมากกว่า   และด้วยเหตุการณ์บังคับจำต้องศึกษารายละเอียดอย่างจริงจัง   และสวมหัวใจอดีตครูเก่าเล่าสู่กันฟัง   ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา……………………………..

มีคำถามมากมายว่าเจ้าตัว  IEP นี้คืออะไร  ลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร  เอามาทำอะไร   ใช้อย่างไร   มีประโยชน์อย่างไร   บางคนถามว่าต้มกินได้ไหมเนี่ย ???    ถ้าอย่างนั้นตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ……………………

 

IEP คืออะไร

IEP ย่อมาจาก  INDIVIDUALIZED  EDUCATION  PLAN  หรือ INDIVIDUALIZED EDUCATION  PROGRAM   สุดแต่จะเลือกใช้ คำไหนก็ได้  แปลว่า   แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( IEP )   คือ  แผนกำหนดแนวทางการจัดการศึกษาแก่นักเรียน / ผู้เรียน( ผู้พิการ / ผู้มีความต้องการพิเศษ)   ให้ได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งการกำหนดสื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวก  บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา  ที่สอดคล้องเหมาะสมกับการเรียนรู้ และกับความต้องการจำเป็นพิเศษ (SPECIAL  NEEDS) ของผู้เรียนแต่ละคน  โดยมีคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนประมาณ  5-7 คนรวมเป็นคณะกรรมการร่วมกันจัดทำ  IEP

ต้นกำเนิดของ IEP  มาจากไหน

            แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( IEP )   มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งได้ออกกฏหมาย PL 94-142  เกี่ยวกับการจัดการศึกษาพิเศษ   หลักสำคัญของกฏหมายคือ   “ รัฐจะต้องจัดการศึกษาพิเศษภาคบังคับ   ให้แก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคน โดยรัฐเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  และในการเรียนการสอน เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคน จะต้องมีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล  โรงเรียนจะต้องร่วมกับผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง  จัดทำแผนการจัดการศึกษาให้เหมาะกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ.แต่ละคน “

จุดประสงค์ของการจัดทำ IEP

1.       เพื่อเป็นหลักยืนยันที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือพันธสัญญาว่า ผู้เรียน (พิการ / ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ) ต้องได้รับการพัฒนาตามที่กำหนดไว้ในแผน

2.       เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับกระบวนการตรวจสอบ  กระบวนการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน (พิการ / ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ)

ทำไมต้องจัดทำ IEP

            เหตุผลสำคัญที่ต้องจัดทำ IEP ก็คือ

1.    เด็กหรือผู้เรียน (พิการ / ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีทักษะและความสามารถแตกต่างกัน   การที่จะสอนให้เด็กเรียนรู้ไปพร้อมกันในเวลาเดียวกันทีละหลายๆคน อาจจะไม่ขจัดปัญหาและคงไม่สอดคล้องกับควมต้องการจำเป็นและความสามารถของเด็กแต่ละคน

2.       พัฒนาการทางการเรียนรู้และความก้าวหน้าของเด็กแต่ละคนควรเปรียบเทียบกับตัวเด็กเอง มิใช่เปรียบเทียบกับผู้อื่น

3.    การจัดประสบการณ์และกิจกรรมทางการศึกษาให้แก่เด็กพิการ / เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  จะต้องสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นและความสามารถของเด็กแต่ละคน

4.    สำหรับในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้  ได้ออกกฏกระทรวง  กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก   สื่อ  บริการแลความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา  พุทธศักราช 2545   กำหนดให้มีการจัดทำ IEP แก่เด็กพิการ / เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

5.       เพื่อประกันว่าได้มีการจัดบริการทางการศึกษาเป็นพิเศษ และจัดบริการอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ใน IEP จริง   

6.    เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการตรวจสอบ ควบคุม และ ติดตามผลการให้บริการ   แก่เด็กพิการ           / เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

IEP มีประโยชน์อย่างไร 

แผนการจัดควรจัดเฉพาะบุคคลมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย  ทั้งครูผู้สอน  ผู้ปกครอง  เด็ก / ผู้เรียน และสถานศึกษา

ประโยชน์ต่อครูผู้สอน 

1.       ครูใช้ IEP เป็นแนวทางในการจัดแผนการสอนรายบุคคล  

2.       ครูใช้ IEP กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของครู1ผู้สอนแต่ละคนที่ครูมีมากกว่า1คนที่มีทีการสอนร่วมในการสอนเด็กให้เรียนพิเศษ

3.       ครูใช้ IEP เป็นแนวทางในการฝึกพัฒนาการและคิดตามการพัฒนาทางการเรียนของเด็ก

4.       ครูใช้ IEPเป็นแนวทางในการรายงานตนหรือแจ้งความก้าวหน้าในการเรียนของเด็กแก่ผู้ปกครอง

5.       ครูใช้ IEPเป็นแนวทางในการเลือกสื่อทางการเรียนการสอนกิจกรรมวิธีสอนวิธีจัดผลประเมินผล

ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง

1.     ช่วยให้ผู้ปกครองทราบว่าจะติดต่อกับครูคนใดเมื่อต้องการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของบุตร

2.    ช่วยให้ผู้ปกครองทราบว่าบุตรจะต้องเรียนรรู้อะไร อย่างไรที่สถานศึกษา  มีสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก  บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาอะไรบ้าง

3.       ช่วยให้ผู้ปกครองตั้งความหวังเกี่ยวกับการเรียนรู้และคาดหวังผลการเรียนรู้ของบุตรอย่างเหมาะสม

4.       ทำให้ผู้ปกครองให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุตรของตนแก่ครูได้ถูกต้อง

5.       ทำให้ผู้ปกครองทราบว่าควรจะฝึกบุตรของตนที่บ้านอย่างไร

6.       ทำให้ผู้ปกครองทราบความก้าวหน้าและพัฒนาการของบุตรและสามารถนำมาวางแผนพัฒนาชีวิตบุตรได้อย่างมีเป้าหมาย

ประโยชน์ต่อเด็ก

1.       เด็กได้รับการช่วยเหลือ  การพัฒนา  การจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการและความสามารถของตน

2.       เด็กได้มีส่วนร่วมในการกำหนด  การวางแผนพัฒนาชีวิตของตน

3.       เด็กได้ทราบทิศทาง  เป้าหมาย ทางการเรียนรู้ของตน

ประโยชน์ต่อสถานศึกษา

1.       สถานศึกษาสามารถทราบกลุ่มเป้าหมายอยู่ในระดับช่วงชั้นใดและในลักษณะอย่างไรอย่างชัดเจน

2.    สถานศึกษาสามารถวางแผนจัดบริการทางการศึกษา  ตลอดจนจัดหาสื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่เกี่ยวข้องที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของเด็ก

3.       สถานศึกษาสามารถทราบทิศทางการจัดการ การประสาน การส่งต่อกับบุคลกรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

4.    สถานศึกษาสามารถทราบพัฒนาการและความก้าวหน้าของผู้เรียน และสามารถสรุปประเมินผลการจัดทำ IEP ของแต่ละปีนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับเด็ก และนำส่งต่อในปีถัดไป

มีอะไรบ้างที่ควรนำมาเป็นส่วนประกอบในการจัดทำ  IEP    

1.       ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเด็ก 

2.       ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว

3.       ข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางการแพทย์  การศึกษา  การสังคม  การฟื้นฟู  การบำบัดรักษา

4.    ข้อมูลความสามารถพื้นฐานทางพัฒนาการของเด็กในแต่ละด้าน  เช่น  ทักษะด้านต่างๆ  การเคลื่อนไหวของ  วุฒิภาวะทางอารมณ์  ทางสังคม  การแสดงออกของพฤติกรรม  ฯลฯ

5.       ความสามารถเป็นพิเศษ  จุดเด่น  จุดด้อย

6.       ข้อมูลความสามารถการเรียนรู้ทางวิชาการ

7.       หลักสูตรแกนกลาง  หลักสูตรสถานศึกษา  หลักสูตรเฉพาะทาง หรือเฉพาะกลุ่มอาการ

8.       ข้อมูลความคิดเห็นและความคาดหวังของคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองและผู้เรียนที่สามาถให้ข้อมูลของตนเองได้

กระบวนการของการจัดทำ  IEP มีกี่ขั้นตอน

            โดยรวมแล้วมีขั้นตอนหลักคือ  ขั้นเตรียมการ   ขั้นประชุมจัดทำแผน    ขั้นใช้ แผน   ขั้นสรุปประเมินผล    

ณ ที่นี้ขอแบ่งเป็นขั้นย่อยต่างๆให้เห็นรูปแบบของการดำเนินการอย่างชัดเจนดังนี้

1.    แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ  เกี่ยวกับความสำคัญของการจัดทำ IEP และขออนุญาตผู้ปกครองเพื่อนำเด็กมาทดสอบประเมินความสามารถพื้นฐาน

2.       ทดสอบประเมินความสามารถพื้นฐาน เพื่อค้นหาความสามารถและจุดบกพร่องของเด็ก

3.    ประชุมคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำ IEP  เรียกว่า คณะกรรมการจัดทำ IEP ประกอบด้วย   หัวหน้าสถานศึกษา  ครูประจำชั้น  ครูการศึกษาพิเศษ  ครูแนะแนวหรือนักจิตวิทยา   นักวิชาชีพต่างๆ ที่ให้บริการเด็ก  ( อาทิเช่น  นักวจีบำบัด  นักแก้ไขการพูด  นักกายภาพบำบัด  บักพฤติกรรมบำบัด  นักดนตรีบำบัด  ฯลฯ ผู้ปกครอง   และเด็ก ***หมายเหตุ   คณะกรรมการ  สามารถยืดหยุ่นได้ตามความจำเป็นของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กของสถานศึกษานั้นๆ

4.       ขั้นใช้ IEP    ซึ่งรวมถึงการจัดทำแผนการสอนรายบุคคล  ( IIP ) ด้วย

5.    ติดตามและประเมินผลตามที่กำหนดใน IEP   เพื่อหาความก้าวหน้าของเด็ก  อย่างน้อยภาคเรียนละ  ครั้ง   หรือตามความเหมาะสม 

6.       สรุปประเมินผลการจัดทำ IEP ทั้งหมด  เพื่อส่งต่อและให้ข้อเสนอแนะการจัดทำ IEP ใหม่ของปีถัดไป

สาระสำคัญในแบบฟอร์ม IEP มีอะไรบ้าง

            ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)  ควรประกอบด้วยสาระ และข้อมูลต่างๆดังนี้

1.      วันเริ่มต้นใช้แผน  และวันสิ้นสุดใช้แผน   ภายในกำหนด  ปี

2.    ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเด็ก    เป็นข้อมูลเบื้องต้นของเด็ก  เช่น  ชื่อ  นามสกุล  อายุ  วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่  ชื่อ-ที่ตั้งของโรงเรียน  / สถานศึกษา  ลักษณะสำคัญของความพิการ หรือความบกพร่องของเด็ก   ชื่อบิดา-มารดา  สถานภาพของบิดา-มารดา   ชื่อผู้ปกครอง     เป็นต้น

3.    ความสามารถของเด็กในปัจจุบัน   ระบุว่าเด็กมีความรู้ความสามารถในระดับใด  ซึ่งจะได้จากการทดสอบด้านต่างๆ ที่สำคัญๆ   อาทิเช่น  ความสามารถพื้น.ฐานทางพัฒนาการด้านต่างๆ (ทักษะความสนใจ  ทักษะความตั้งใจ  ทักษะทางสังคม  ทักษะทางภาษาและการพูด  ทักษะการช่วยเหลือตนเอง   ทักษะทางพฤติกรรมและอารมณ์   ทักษะการเคลื่อนไหวและการทรงตัว   ทักษะการเตรียมความพร้อมทางวิชาการ )     ความสามารถทางวิชาการหรือการเรียนรู้ ( สาระและมาตรฐานทางการเรียนรู้ )   วุฒิภาวะทางอารมณ์ / ทางสังคม   ความสามารถทางการเคลื่อนไหว พฤติกรรมที่แสดงออก   ประสาทสัมผัส   ความถนัด/ความสามารถเป็นกรณีพิเศษ   จุดเด่นและจุดด้อย   ความสามารถพื้นฐานทางการอาชีพ  เป็นต้น

4.    บริการที่เด็กจะได้รับ    เป็นบริการทางการศึกษา และบริการเสริมต่างๆที่เกี่ยวข้องตามความต้องการจำเป็นของแต่ละคน  อาทิ สื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวก  บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา  ยกตัวอย่างเช่น  บริการทางด้านวจีบำบัด   การแก้ไขการพูด    กายภาพบำบัด    พฤติกรรมบำบัด    ดนตรีบำบัด    บริการอ่านหนังสือให้ฟัง   บริการรถเข็ญ  บริการรถรับส่ง  บริการสอนเสริม  บริการครูพี่เลี้ยง   เป็นต้น

5.   จุดมุ่งหมายระยะยาว   โดยปกติกำหนดไว้  ปี  ดังนั้นภายในระยะเวลาของการเรียนรู้  ปี  คณะบุคคลที่จัดทำ IEP  ต้องการให้เด็กมีทักษะ  มีความสามารถ  มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าใด  เช่น                      -เด็กจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้

                                    -เด็กจะสามารถทำเลขในหนังสือแบบเรียนชั้นป. 1  ได้

                                    -เด็กจะสามารถอ่านในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยป.1 ได้   เป็นต้น

***           การกำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาว จะต้องสอดคล้องกับระดับความสามารถของเด็ก   จุดมุ่ง   หมายไม่ควรกำหนดสูงเกินไปเพราะจะทำให้เด็กไม่บรรลุเป้าหมาย  หรือต่ำเกินไปจะทำให้เด็กเบื่อหน่ายไม่สนใจ

6.    จุดมุ่งหมายระยะสั้น       โดยปกติกำหนดไว้ 1 ภาคเรียน แต่จะกำหนดเป็นสัปดาห์ หรือ เดือนก็ได้       ชึ้นอยู่กับความคาดหวังตามศักยภาพ (ความสามาถพื้นฐาน)ของเด็ก กับความน่าจะเป็นที่เด็กจะบรรลุเป้าหมายเร็วเพียงใด

***  การกำหนดจุดมุ่งหมายระยะสั้น   ต้องยึดจุดมุ่งหมายระยะยาวเป็นหลัก เช่น 

-ในจุดมุ่งหมายระยะยาว กำหนดว่า เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ 

-ในจุดมุ่งหมายระยะสั้น ต้องกำหนดว่า การที่เด็กช่วยเหลือตัวเองได้นั้นเด็กจะสามารถทำ   อะไรได้บ้าง  เข่น      -เด็กสามารถรับประทานอาหารเองได้

                        -เด็กสามารถอาบน้ำเองได้

                        -เด็กสามารถแต่งตัวเองได้            เป็นต้น

7.    เกณฑ์การวัดผลและประเมินผล ควรมีการวัดผลอย่างน้อยปีละ1-2ครั้ง หรือภาคเรียน                                                                                                                     ละ   ครั้ง   หรือมากกว่านั้นตามที่กำหนดว่าเหมาะสมกับเด็ก

               -    จุดมุ่งหมายที่สำคัญของการประเมินผลคือ  เพื่อตรวจสอบว่าเด็กสามารถเรียนรู้ตามวัตถุ                  ประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่  หรือมีความก้าวหน้าไปมากน้อยเพียงใด

-          แบบทดสอบอาจใช้แบบทดสอบมาตรฐานของเด็ก (พิเศษ)หรือแแบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น

-     สิ่งสำคัญต้องกำหนดว่าใช้เกณฑ์อย่างไรในการตัดสิน หรือวัดความก้าวหน้า  ซึ่งจะต้องกำหนดไว้ควบคู่กับวิธีวัดผล  ยกตัวอย่างเช่น

วิธีวัดผล                                                            เกณฑ์

            1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น                                    1. เด็กตอบข้อทดสอบได้  50 %

2. ครูสังเกตพฤติกรรมเด็ก                           2. วันละ 10  นาทีเป็นเวลา  วัน

3. การนับของครู                                       3. เด็กรับบอลได้  ครั้ง

4. ครูตั้งคำถาม                                         4. เด็กตอบได้  60%         เป็นต้น

*การวัดผล    จะช่วยให้ครูทราบความก้าวหน้าของเด็กในด้านการเรียนรู้

*ผลการประเมิน    ช่วยให้ครูปรับปรุงหรือกำหนดแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลใหม่

 ได้อย่างเหมาะสม

8. การลงลายมือกำกับ    เป็นการลงลายมือของคณะกรรมการจัดทำ IEP ร่วมกัน

9. การลงนามความเห็นของผู้ปกครอง    เพื่อให้ผู้ปกครองลงความเห็นว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ในการจัดทำ IEP และสามารถนำไปใช้กับบุตรของตน

           10. ข้อมูลอื่นๆ    ได้แก่

ข้อมูลทางการแพทย์  เช่น การให้ยา   การบำบัดรักษา   ฯลฯ

* ข้อมูลทางการศึกษา  เช่น  แบบทดสอบประเมินผล   แบบทดสอบวัดผล                                   แบบสังเกตพฤติกรรม       ฯลฯ      

                                    * ข้อมูลความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง  เช่น  นักบำบัด  นักวิชาชีพต่างๆ 

                                              บุคคลในครอบครัว และในชุมชน 

                                           *** ข้อมูลส่วนนี้   สามารถนำไปบันทึกไว้ หรือเก็บไว้ในแฟ้มฐานข้อมูลของเด็ก  ต่างหากได้  เพราะการลงข้อมูลใดๆใน IEP  ควรลงข้อมูลที่สำคัญทางการจัดการศึกษาเป็นหลัก

บทส่งท้าย

*  IEP ไม่ใช่ประวัติเด็ก  แต่มีประวัติพัฒนาการของเด็กอยู่ใน IEP

*  IEP ไม่ใช่ แบบวัดผลประเมินผล  แต่มีเกณฑ์และวิธีของการวัดผลประเมินผล อยู่ใน IEP

*  IEP ไม่ใช่หลักสูตรแกนกลาง  แต่มีสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นของหลักสูตรบางส่วนที่เด็ก   ต้องเรียนรู้ อยู่ใน IEP

*  IEP ไม่ใช่แผนการสอนรายบุคคล  แต่การจัดทำแผนการสอนรายบุคคลต้องยึด IEP เป็นหลัก

*  IEP ไม่ใช่สื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวก  บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศีกษา  แต่มีบางส่วนของสิ่งเหล่านี้กำหนดไว้ใน IEP  

………………………………

จะให้สมบูรณ์ต้องรู้จัก IIP ควบคู่กันไปด้วย

ไว้โอกาสต่อไปนะคะ

สวัสดีค่ะ

 

บรรณานุกรม

 

การศึกษานอกโรงเรียน,   กรม นวัตกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล           และการจัดทำแผนการสอนเฉพาะบุคคล. เอกสารอัดสำเนา, 2545.

เบญจา   ชลธาร์นนท์               การจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล. เอกสารอัดสำเนา, 2546.

ผดุง   อารยะวิญญู     การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ.               มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   ประสานมิตร, 2541.

ศึกษาธิการกระทรวง.  กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิ์ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ  บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.. 2545 . เอกสารอัดสำเนา, 2545

back to top

main menu